วันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

My favourite

ความชอบส่วนตัว

ชอบ : คนจริงใจ

สีที่โปรดปราณ : เขียว ขาว ดำ

ดาราที่ชื่นชอบ : ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง , ธนา สุทธิกมล















สัตว์เลี้ยงที่ชอบ : สุนัข

ของขวัญชิ้นโปรด : อะไรก็ได้ที่ได้จากคนที่เราชอบ

ดนตรี : ขอให้ฟังแล้วเพราะก็พอแล้ว

กีฬา : แบดมินตัน, กอล์ฟ (เรียนเทอมที่แล้วสนุกดี )

เมนูเด็ดส่วนตัว : ข้าวไข่เจียว

สถานที่ท่องเทียวที่ชื่นชอบ : ภูเขา ,น้ำตก
ตัวการ์ตูนที่ชื่นชอบ : Tigger



วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

งานอดิเรก

งานอดิเรก






ฟังเพลง เพราะเวลาที่ได้ฟังเพลงที่ฉันชอบทำให้ฉันรู้สึกผ่อนคลาย
และสบายใจทุกครั้ง

ดูโทรทัศน์ เพราะเวลาที่อยู่คนเดียวไม่มีเพื่อนคุย

ต้องมีโทรทัศน์เป็นเพื่อน

นอน เพราะคนเราเมื่อเรียนมาหนักๆแล้วก็ต้องมีการพักผ่อนให้เพียงพอด้วยนะคะ

(ดูเหมือนว่างานอดิเรกที่กล่าวมาจะไม่ค่อยได้ประโยชน์เท่าไหร่)

อ่านหนังสือ เพราะการอ่านหนัสือสามารถทำให้เรารู้จักโลกกว้างขึ้นได้

ปลูกต้นไม้ เป็นงานอดิเรกที่ฉันชอบมากที่สุดเพราะเวลาที่ฉันได้ปลูกต้นไม้หรือเวลาที่ได้รดน้ำ
พรวนดิน ทำให้ฉันสบายใจลืมเรื่องที่เครียดๆ ไปได้ ทำให้รู้สึกสบายใจ และมีความสุข
เวลาที่เห็นต้นไม้แล้วรู้สึกสดชื่น ถ้าเป็นต้นไม้ที่เราปลูกเราก็จะยิ่งภูมิใจว่าเราสามารถดูแลมันให้
เติบโตและสวยงามได้


สมุนไพรไทย ใครว่าธรรมดา ภาค3

สมุนไพรไทย ใครว่าธรรมดา ภาค3

สวัสดีค่า มิตรรักนักอ่านทั้งหลาย และแล้วก็ดำเนินมาถึงภาคจบเสียทีนะคะ สำหรับสมุนไพรไทยที่ปรากฏกายอยู่ในคลิปวิดีโอของมูลนิธิสุขภาพไทย ยืดยาวมาเสียหลายตอน หลายๆท่านจะเบื่อกันซะก่อน เลยปวารณากับตัวเองว่าจะจบให้ได้ภายใน Entry นี้ค่ะ ^___^ เริ่มกันเลยดีกว่าค่ะ
ส่วนสมุนไพรชนิดสุดแรกที่จะแนะนำในวันนี้คือใบพลับพลึงค่ะ ใบพลับพลึงนั้น คนโบราณจะรู้กันดีว่าสามารถนำมารักษาอาการปวดเมื่อย กล้ามเนื้ออักเสบ คลายเส้น แก้อาการฟกช้ำปวดบวม ได้นะคะ ดังที่เห็นในคลิปวิดีโอ และยังสามารถนำไปใช้กับคุณแม่ที่เพิ่งคลอด หรืออยู่ไฟได้ โดยเอามาประคบหน้าท้อง ทำให้มดลูกเข้าที่อยู่ตัว น้ำคาวปลาแห้ง ขจัดไขมันส่วนเกิน และขับของเสียต่างๆออกจากร่างกายคุณแม่ที่เพิ่งคลอดได้ด้วย นอกจากนั้นยังมีสรรพคุณเป็นยาบำรุงกำลัง ขับเสมหะ เป็นยาระบาย ทำให้คลื่นเหียนอาเจียน รักษาโรคเกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะและน้ำดี
ภาพประกอบจาก : siamensis.org

มากไปกว่านั้น ส่วนอื่นๆของต้นพลับพลึงยังสามารถรักษาโรคอื่นๆได้อีกเช่น เมล็ดสามารถขับเลือดประจำเดือนให้ออกมาให้หมดได้ด้วย และ รากสามารถนำมาตำแล้วพอกแผลก็ได้ด้วยค่ะ และยังมีสรรพคุณอีกมากมายนานัปการค่ะ
มาถึงสมุนไพรตัวที่ 2 ที่จะกล่าวถึงในคราวนี้นะคะ คือ กะเพรา ค่ะ กะเพราที่เรานำมาทำอาหารเนี่ยแหล่ะคะ พื้นๆเลย ก็ช่วยเรื่องขับลม แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ จุกเสียด นอกไปจากนั้น กะเพรายังช่วยแก้ปวดท้อง และควบคุมธาตุต่างๆ ระบบการย่อยอาหาร ระบบทางเดินอาหารให้ทำงานดี และเมื่อนำมาใส่แกงเลียงก็จะช่วยคุณแม่ที่เพิ่งคลอดลูกเรียกน้ำนมได้เป็นอย่างดี และยังช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้ด้วยค่ะ
ภาพประกอบจาก : fm100cmu.com
ถ้าเอามาใช้รักษาโรคหรือบำรุงภายนอก ก็จะเป็นได้ทั้งยารักษากลากเกลื้อน แก้ลมพิษ แมลงสัตว์กัดต่อย โดยการรักษาที่กล่าวมาทำได้โดยการเอากะเพรามา 1 กำมือ ตำให้แหลกแล้วผสมกับเหล้าขาว แล้วทาไปยังจุดที่เป็น ถ้าเป็นหูดก็เอาใบกะเพราถูไปที่หูดโดยตรงได้เลยค่ะแล้วหูดก็จะฝ่อหายไปเองค่ะ
และใบกะเพรายังสามารถนำมาไล่แมลงได้ด้วยนะคะ โดยน้ำมันที่สกัดมาจากใบกะเพราสามารถไล่แมลงวันทอง และไล่ยุงได้ค่ะ
สมุนไพรชนิดที่ 3 ที่จะกล่าวถึงในวันนี้คือ ตะไคร้ ค่ะ แน่นอนว่าตะไคร้เป็นสมุนไพรอันดับต้นๆที่นำมาประกอบอาหารรับประทานง่ายมาก ทั้งยำตะไคร้ น้ำตะไคร้ ต้มยำ ฯลฯ
ภาพประกอบจาก : fm100cmu.com
ในส่วนของลำต้นนั้นสามารถใช้เป็นยารักษาโรคหืด แก้ปวดท้อง ขับปัสสาวะและแก้อหิวาตกโรค หรือทำเป็นยาทานวดก็ได้ และยังบำรุงธาตุให้เจริญอาหาร ช่วยขับเหงื่อเมื่อทานประกอบกับสมุนไพรชนิดอื่นๆ
ส่วนของหัวใช้เป็นยารักษาเกลื้อน แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ แก้ปัสสาวะพิการ แก้นิ่ว บำรุงไฟธาตุ ถ้าใช้รวมกับสมุนไพรชนิดอื่น จะเป็นยาแก้อาเจียน แก้ทราง ยานอนหลับลดความดันสูง แก้ลมอัมพาต แก้กษัยเส้น และแก้ลมใบ ใบสด ๆ จะช่วยลดความดันโลหิตสูง แก้ไข้ และอีกมากมายค่ะ ส่วนรากใช้เป็นยาแก้ไข้เหนือ ปวดท้องและท้องเสีย
ภาพประกอบจาก : Thaifoodtoworld.com
มากไปกว่านั้น ตะไคร้ยังมีสรรพคุณดับคาว ยกตัวอย่างเช่นเวลาที่คนใต้จะต้มปลาเพื่อเอาเนื้อปลามาทำน้ำยาขนมจีน ก็มักจะต้มปลาแดงกับตะไคร้เพื่อดับกลิ่นคาวปลา หรือใส่ตะไคร้ในเครื่องแกงต่างๆเพื่อดับคาวเนื้อสัตว์ทั้งหลายที่ใส่ในแกง
และสมุนไพรชนิดสุดท้ายที่อยู่ในคลิปวิดีโอก็ได้แก่เจ้า กิ่งข่อย นั่นเองค่ะ หลายๆท่านคงทราบกันดีอยู่ว่า เจ้ากิ่งข่อยใช้ในการแปรงฟันแทนแปรงสีฟันได้(แต่ต้องทุบให้นิ่มๆก่อนนะคะ ไม่ใช่ใช้ทั้งแข็งๆ ไม่งั้นจะหาว่าสวยไม่เตือนไม่ได้นะคะ อิอิ) เปลือกสามารถรักษาแผล แก้ท้องร่วง ดับพิษภายใน และเมื่อต้มกับเกลือจะได้เป็นยาอมแก้รำมะนาด
ภาพประกอบจาก : gotoknow.org
ส่วนของรากสามารถนำมารักษาแผลได้ ตัวเนื้อไม้สามารถนำมามวนยาสูบได้ ตัวเมล็ดก็นำมารับประทานเป็นยาอายุวัฒนะได้ ทำให้เจริญอาหารด้วยค่ะ
และแล้วก็มาถึงตอนจบจนได้ อิอิ กลัวใจตัวเองจริงๆว่าจะต่อออกไปอีกหลายตอน แต่สุดท้ายก็ครบถ้วนกระบวนความตามในคลิปนะคะ ^____^ หวังว่าทุกๆท่านจะมีความสุขกับการชมคลิปโฆษณาน่ารักๆ และความรู้ที่ HealthyMania มานำเสนอนะคะ ยังไงก็ติชมกันเข้ามาได้นะคะ และถ้าข้อมูลตกหล่นตรงไหน ก็สามารถเขียน comment เข้ามาคุยกันได้นะคะ สำหรับวันนี้ สวัสดีค่ะ

อาหารตามกรุ๊ปเลือด

อาหารตามกรุ๊ปเลือด

เรื่องของอาหารตามกรุ๊ป เลือดหรือหมู่เลือด เป็นอีกหนึ่งองค์ความรู้ในการดูแลสุขภาพที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ เพื่อตอบโจทย์ปัญหาเรื่องความเจ็บป่วยของมนุษย์



โดยดูที่องค์ประกอบของเลือดและธรรมชาติการกำเนิดของมนุษย์ เฉกเช่นเดียวกับองค์ความรู้ของแพทย์แผนไทย ที่มององค์ประกอบของมนุษย์เกิดจากธาตุทั้ง 4 ดิน น้ำ ลม ไฟ และมีวิธีการรับประทานอาหารที่เหมาะกับธาตุเจ้าเรือน เพื่อสร้างธาตุเจ้าเรือนในร่างกายกับธาตุภายนอกให้มีความสมดุลกัน การแพทย์แผนไทยจึงมีทฤษฎีธาตุเจ้าเรือนเป็นพื้นฐานของการดูแลสุขภาพ

อาหารตามกรุ๊ปเลือดเพื่อสุขภาพ ได้นำเสนอโดย ดร.ปีเตอร์ ดาดาโม ผู้เชี่ยวชาญด้านธรรมชาติบำบัด โดยจำแนกอาหารที่เหมาะกับกรุ๊ปเลือดต่างๆไว้ ได้แก่

กรุ๊ปเลือดโอ เป็นกรุ๊ปเลือดของมนุษย์ถ้ำหรือนักล่าสัตว์ (เป็นมนุษย์กลุ่มดึกดำบรรพ์และเชื่อว่าเป็นกรุ๊ปเลือดแรกที่เกิดขึ้นในโลก ต่อมาร่างกายเกิดการปรับตัวสู้กับเชื้อโรค จึงมีวิวัฒนาการเปลี่ยนแปลงเป็นกรุ๊บเอ, บี, เอบี ในเวลาต่อมา) ผู้ที่มีกรุ๊ปเลือดโอมักเสี่ยงกับการเป็นโรคกระเพาะอาหาร เนื่องจากกระเพาะอาหารมีความเป็นกรดสูง แต่มีคุณสมบัติดีในการย่อยเนื้อสัตว์ การดูแลสุขภาพเน้นการกินอาหารโปรตีน โดยเฉพาะโปรตีนจากเนื้อสัตว์ได้ และออกกำลังกายให้มากๆ อาหารผักควรเป็นผักที่ได้มาจากการปลูกในที่ที่มีแสงแดด ผัก-ผลไม้ที่มีสี เช่น มะเขือเทศ, พลัม, ลูกพรุน อาหารประเภทสาหร่ายทะเล ควรหลีกเลี่ยงอาหารจากนม, กาแฟ, น้ำอัดลม, ชาดำ, แตงโม, แคนตาลูป, ข้าวโพด, ข้าวสาลี, ขนมปัง, ถั่วแดง, กะหล่ำปลีและกะหล่ำดอก โดยเฉพาะกะหล่ำปลีและกะหล่ำดอก เพราะมีสารที่ไปขัดขวางการทำงานของต่อมไทรอยด์ กลุ่มเลือดนี้จะมีระดับฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำ จึงเสี่ยงต่อการเป็นโรคไทรอยด์ได้ง่าย




กรุ๊ปเลือดเอ มักเป็นประชากรแถบยุโรป ร่างกายมีกรดในกระเพาะน้อย จึงต้องหลีกเลี่ยงการบริโภคเนื้อสัตว์ และอาหารอื่นๆ ที่ควรหลีกเลี่ยง คือ มะเขือเทศ, มันฝรั่ง, พริกไทย, เห็ด, กะหล่ำ, มะกอก, มะม่วง, มะละกอ, ส้ม, ชาดำ, เบียร์, โซดา, น้ำอัดลม ควรรับประทานอาหารพวกปลา, ถั่ว, ข้าว, กระเทียม, ฟักทอง, แครอต, ผักโขม, บล๊อกโคลี่, สับปะรด, เชอร์รี่, มะนาว, ชาเขียว, ไวน์แดง, กาแฟ และน้ำขิง ที่จะช่วยกระตุ้นการหลั่งกรดมากขึ้น ออกกำลังกายชนิดไม่หักโหม เช่น ตีกอล์ฟ, ปีนเขา, ว่ายน้ำ, เต้นรำ, โยคะ, นั่งสมาธิ, รำมวยจีน


กรุ๊ปเลือดบี เป็นประชากรในแถบเอเชีย เป็นกลุ่มบุคคลที่มีการย่อยอาหารและการตอบสนองต่อความเครียดดี อาหารที่ควรรับประทานพวกเนื้อสัตว์ต่างๆ ได้แก่ วัว, ไก่งวง, กระต่าย, เนื้อปลาทะเลลึก เช่น ปลาจะระเม็ด, ปลาตาเดียว, นมและผลิตภัณฑ์จากนม, ไข่, ข้าวโอ๊ต, ข้าวกล้อง, ผักใบเขียวต่างๆ ควรหลีกเลี่ยงอาหารจากสัตว์ปีก เช่น ไก่, เป็ด, ห่าน, นก ผลไม้พวกทับทิม, ลูกแพร์, มะเขือเทศ, ถั่วลิสง, ถั่วเหลือง, งา, เมล็ดทานตะวัน เน้นการออกกำลังแบบไม่ต้องหักโหม และผ่อนคลายร่างกายโดยการฟังเพลงหรือนั่งสมาธิ


กรุ๊ปเลือดเอบี อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงได้แก่ ผลไม้จากเขตร้อน แต่ควรรับประทานน้ำอุ่นผสมมะนาว, องุ่น, พลัม, เบอร์รี่, เชอร์รี่, อาหารพวกเต้าหู้, กระเทียม, หัวไชเท้า, นม, นมเปรี้ยว, ถั่วต่างๆ, ปลาทะเล ออกกำลังกายเน้นที่โยคะ, ปั่นจักรยาน, ตีกอล์ฟ, ว่ายน้ำ

นอกจากนี้ยังมีการรายงานว่า แต่ละกรุ๊ปเลือดนั้นมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ แตกต่างกันไป อาทิ โรคหัวใจ โรคมะเร็ง อย่างไรก็ตามการรับประทานอาหารตามหมู่เลือดก็มีทั้งผู้ที่สนับสนุนและผู้ไม่เห็นด้วย แต่เมื่อองค์ความรู้นี้ไหลบ่าเข้าสู่วัฒนธรรมการดูแลสุขภาพแล้ว ก็ลองศึกษาและสังเกตว่าเราบริโภคอะไรเข้าไปแล้วมีผลกระทบ หรือก่อให้ร่างกายมีปัญหาอะไรหรือไม่

อาหารการกินนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการดูแลสุขภาพ เรากินอะไรเข้าไปร่างกายเราก็ได้รับสิ่งเหล่านั้น เป็นของดีมีประโยชน์ต่อร่างกายก็เป็นคุณ เมื่อร่างกายไม่รับก็เป็นโทษ มันก็จะแสดงออกมาในรูปแบบของโรคภัยไข้เจ็บได้ แต่ถ้ากินแบบไทยๆ ก็กินปลาเป็นหลัก กินผักเป็นพื้น หรือกินแบบธาตุเจ้าเรือนของไทยก็เข้ากับวัฒนธรรมการดูแลสุขภาพแบบไทย การกินอาหารตามกรุ๊ปเลือดก็เป็นความรู้เสริมให้เราได้รู้ว่า โลกของการส่งเสริมการดูแลสุขภาพเขามีความรู้ใหม่ๆ มาเสนอแนวทางในการดูแลสุขภาพให้เรานั่นเอง

แนะวิธีดูแลสุขภาพ ของสาวออฟฟิศ

แนะวิธีดูแลสุขภาพ ของสาวออฟฟิศ

คนหนุ่มสาวและคนวัยทำงานยุคใหม่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดตีบเพิ่ม มากขึ้นกว่าแต่ก่อน โดยเฉพาะจากภาวะตึงเครียด ซึ่งจะเห็นได้ว่าปัจจุบันโลกเปลี่ยนแปลงไปเยอะ ความเครียดได้แทรกเข้าไปทุกจุด ไม่ว่าจะเป็นภาวะเศรษฐกิจ เหตุการณ์รอบตัว สังคม ครอบครัว รวมไปถึงสถานที่ทำงาน
นายแพทย์ฉัตรชัย ศรีบัณฑิต ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันเพื่อสุขภาพ แอ๊บโซลูทเฮลท์ ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า “ผู้คนต้องทำงานหนักเพิ่มมากขึ้น ทำให้ไม่มีเวลาสำหรับความสบายใจ ความเครียดส่งผลกระทบรุนแรงมาก ทำให้เกิดโรคหลากหลายประการ นอกจากนี้ยังเกิดจากโลหะหนักที่มาจากสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ จากการตรวจสอบพบว่า ปลาทะเลส่วนใหญ่มีโลหะหนักจากโรงงานที่ปล่อยสารพิษลงทะเลและแม่น้ำ ขณะเดียวกันพืชผักมียาฆ่าแมลง ทั้งโลหะหนัก สารเคมี และความเครียด มักจะเข้าไปทำลายหลอดเลือดและส่งผลถึงระดับเซลล์ในร่างกายของเรา”

” คนส่วนใหญ่มักจะรู้ถึงสาเหตุของการเกิดโรค แต่มักจะละเลย ทำให้เป็นโรคร้ายต่างๆ สิ่งสำคัญคือต้องพยายามลดทอนความเครียดในบ้านในที่ทำงานลง พยายามหลีกเลี่ยงตัวแปรที่ทำให้เกิดโรค คนไทยดื่มเหล้าเป็นอันดับ 2 ของโลก อย่างนี้โรคหัวใจมาแน่ บุหรี่ก็สูบกันหนัก เครียดก็ออกไปเที่ยว สูบบุหรี่และดื่มเหล้า เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหนักเข้าไปอีก อาหารการกินวิตามินไม่เพียงพอ เราต้องปรับเปลี่ยนทัศนคติ ต้องหันมาดูแลร่างกายและจิตใจให้ผ่องใส สร้างบรรยากาศที่ดีในที่ทำงานและที่บ้าน ก็จะทำให้เราสุขภาพจิตดีขึ้น”
สำหรับคำแนะนำเบื้องต้นสำหรับผู้หญิงวัยทำงาน นพ.ฉัตรชัยกล่าวว่า ในการดูแลสุขภาพตัวเองควรดำเนินการให้ได้ 5 ประการ คือ
1. มองในที่สิ่งที่เราเอาเข้าไปในร่างกาย อากาศที่เราหายใจ น้ำและอาหารที่เราเอาเข้าร่างกาย เมื่อก่อนไม่ค่อยเลือก แต่ต่อไปต้องเลือกให้มากขึ้น จากผลการวิจัยพบว่าสาเหตุการตายจากโรคมะเร็ง เกี่ยวข้องกับยีน 30% อีก 70% มาจากสิ่งแวดล้อม นั่นหมายความว่าโรคมะเร็งเราป้องกันได้สูงถึง 70%
ถ้าอยากมีสุขภาพดีต่อไป เราต้องเลือกอาหาร อาหารที่ใช้น้ำมันทอดไม่ดี จังก์ฟู้ดส์ไม่ดีแน่นอน ผักผลไม้ถ้าอยู่ในบ้านควรล้างให้ดี ถ่านผงล้างสารพิษได้อย่างดี,อากาศ เราควบคุมไม่ได้ แต่อากาศที่เราเปลี่ยนแปลงได้คือห้องนอน ต้องไม่มีฝุ่น มีช่องระบายอากาศ บ้านชานเมืองเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทไหลหมุนเวียน ต้นไม้ให้อยู่ห่างไกลจากห้องนอน เพราะกลางคืนต้นไม้จะคายคาร์บอนไดออกไซด์
2. เอาพิษออก ไม่ต้องเสียเวลาทำดีท็อกซ์ แค่เพียงปฏิบัติด้วยวิธีง่ายๆ คือ ตื่นเช้าเอามะนาว 2 ลูก บีบใส่น้ำ 1 เหยือก ดื่มไปเรื่อยๆ ทานแต่ผักผลไม้ที่มีกากใย กินโยเกิร์ตธรรมชาติ 3 แก้ว ปฏิบัติง่ายๆ สัปดาห์ละ 1 ครั้ง โดยไม่ต้องไปเสียตังค์เพื่อล้างพิษในราคาแพง
3. อยากได้แรงก็ต้องออกแรง อยากได้สุขภาพดีก็ต้องออกกำลังกาย หลักของ Action : Reaction คือออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ตื่นเช้าตั้งนาฬิกาปลุกตื่นก่อนเวลา 30 นาที ซิตอัพหรือวิดพื้นวันละ 100 ครั้งก็เพียงพอแล้ว
4. นั่งสมาธิหรือสวดมนต์เช้า 30 นาที ทำไปสักระยะ จิตจะนิ่ง ความเครียดจะหาย สารความเครียดละลาย สุดท้ายก็ไม่เป็นมะเร็ง การที่จิตไม่นิ่ง ฟุ้งซ่าน คิดมาก เรื่องเยอะ ก่อให้เกิดโรคร้ายหลายอย่าง

5. ปรับสมดุลแก่ร่างกาย ต้องไปหาแพทย์เพื่อตรวจดูว่าฮอร์โมนสมดุลหรือเปล่า ปัจจุบันมีทางเลือกในการตรวจรักษาหลายแนวทาง แพทย์แนวธรรมชาติบำบัด จะใช้สารธรรมชาติหลายอย่าง เช่น วิตามิน,อาหารเสริม,ฮอร์โมน จะดูว่าร่างกายสมดุลไหม,มีการใช้พืชสมุนไพรเพื่อลดผลข้างเคียง,ตรวจเอนไซม์ ในร่างกาย เป็นต้น

ผมร่วง สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม

ผมร่วง สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม

เคยไหมค่ะเวลาที่ลองเอานิ้วลูบหรือสางผมแล้วเส้นผมหลุดติดอยู่ตามร่องนิ้วมือ หรือเวลาหวีผม ผมเส้นเล็กๆ ของคุณก็หลุดลอยติดตามซี่ห่างๆ ของหวีออกมาให้คุณหยิบทิ้งเสมอ ซึ่งหากไม่มากมายหลายเส้นก็อย่าเพิ่งตกใจไปค่ะ โดยปกติคนรามีเส้นผมประมาณหนึ่งแสนเส้นซึ่งแต่ละเส้นจะมีอายุประมาณ 2-4 ปี และจะหลุดร่วงเองตามธรรมชาติเฉลี่ยวันละ 50-100 เส้นต่อวัน แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่มันมีเหตุร่วงออกมาเป็นกระจุกเกินกว่าปกติแล้วละก็ถือเป็นสัญญาณอันตรายแก่ศีรษะของคุณอย่างมากเลยทีเดียว เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว เราควรมารู้จักการดูแลรักษาเส้นผมอย่างถูกวิธี เพื่อผมสวยจะได้อยู่คู่ศรีษะของคุณไปนานๆ ค่ะ
อันดับแรก คงต้องดูว่าเส้นผมของคุณตกอยู่ในภาวะอันตรายหรือเปล่า ซึ่งสังเกตได้จากเส้นผมที่หลุดออกมา โดยแบ่งได้เป็น 2 กรณี คือ เส้นผมที่หลุดออกมาแล้วไม่มีรากผมติดอยู่นั้นถือว่ายังไม่อ่อนแอมาก อาจเกิดจากการหลุดร่วงตามธรรมชาติ หากไม่เกิน 100 เส้นต่อวัน ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ สาเหตุหลักเกิดจากเส้นผมสัมผัสกับสารเคมีโดยตรง การดัด การย้อม การใช้แชมพูที่ไม่เหมาะกับสภาพเส้นผม รวมถึงความร้อนจากแสงแดดการหวีผมหรือแปรงผมบ่อยจนเกินไป เหล่านี้เป็นสิ่งที่ทำให้เส้นผมอ่อนแอ เปราะบาง หลุดร่วงจากหนังศีรษะ
แต่หากเส้นผมที่หลุดออกมาแล้วมีตุ่มที่โคนผมแสดงว่ารากผมอ่อนแอ หนังศีรษะมีปัญหา สาเหตุหลักเกิดจากปัญหาทางร่างกาย ความเครียด การเจ็บป่วยหรือการใช้ยาบางชนิดที่ฤทธิ์กระตุ้นให้เส้นผมหลุดร่วงซึ่งหากได้เข้ารับการรักษาอย่างถูกวิธี ความเครียดลดลงร่างกายแข็งแรงขึ้น รากผมและหนังศีรษะก็จะแข็งแรงขึ้นตามลำดับ ภายใน 2-3 เดือน เส้นผมก็จะงอกขึ้นมาใหม่ตามปกติ
เคล็ดลับป้องกันผมร่วง กำมะถันช่วยได้
กำมะถันเป็นแร่ธาตุที่มีคุณสมบัติเป็นกรด มีมากในไข่ ปลา อาหารทะเล เนยแข็ง นม และพืชผักที่ปลูกในพื้นดิน สารอาหารเหล่านี้จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเส้นผมและผิวหนัง รวมทั้งคอลลาเจน ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสร้างสุขภาพที่ดีให้กับหนังศรีษะและเส้นผม เลือกแชมพูให้เหมาะกับเส้นผม
จุดประสงค์หลักของแชมพูคือ ต้องทำความสะอาดเส้นผมได้อย่างอ่อนโยนที่สุด แค่น้ำเปล่าอย่างเดียวคงไม่เพียงพอที่จะขำระล้างสิ่งสกปรกได้อย่างหมดจดส่วนใครที่กำลังมีปัญหาผมหลุดร่วง หนังศีรษะไม่เป็นปกติคงต้องเลือกเป็นพิเศษหน่อย เราขอแนะนำให้เลือกใช้แชมพูที่มีค่าความเป็นกรดหรือด่าง หรือค่า pH ที่ 5.5 เพราะเป็นระดับที่เหมาะสมกับความชุ่มชื่นของเส้นผมทั่วไปหากมีค่าความเป็นกรดหรือด่างสูงเกินไป จะทำให้เกิดช่องว่างหรือรูพรุนบนหนังศีรษะ ทำให้เส้นผมอ่อนแอและหลุดร่วงได้ง่าย
สมุนไพรดีที่สุด
สารสกัดที่เกิดจากสมุนไพร นอกจากจะไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อหนังศีรษะแล้ว ยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมกลิ่นหอมอ่อนๆ ยังจะช่วยทำให้คุณมีความสุขกับการสระผมอีกด้วย
ปล่อยตามธรรมชาติ
หลังสระผมเสร็จ ควรเช็ดผมอย่างเบามือ เริ่มจากซับที่ปลายผมก่อนแล้วปล่อยให้ผมแห้งเองตามธรรมชาติหลีกเลี่ยงการใช้ความร้อนจากไดรเป่าผม เพราะความร้อนเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เส้นผมหลุดร่วง
เชื่อว่าการดูแลผมให้มีสุขภาพดี คงต้องดูแลกันตั้งแต่ภายใน ทานอาหารที่มีประโยชน์ออกกำลังกาย ทำสุขภาพกายใจให้แข็งแรงรับรองเลยค่ะว่าเส้นผมสวยๆ จะอยู่กับคุณไปอีกนานแสนนาน

4 เคล็ดลับเด็ดลดไขมัน

4 เคล็ดลับเด็ดลดไขมัน



คุณรู้จักเคล็ดลับการเผาผลาญไขมันมาแทบทุกอย่างแล้ว แต่นี่คือบางอย่างที่คุณสามารถเพิ่มเข้าไปได้เพื่อจัดการโจมตีไขมันในแบบที่ ต่างออกไป


1. เล่นโยคะตอนเช้าเพียงแค่ 15 นาที การเล่นโยคะในตอนเช้าจะทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนมากขึ้น การย่อยดีขึ้น ทั้งหมดนำไปสู่การเผาผลาญไขมันและแคลอรีที่มากขึ้น และสุขภาพจิตจะดีไปตลอดทั้งวันด้วย






2. ท้าทายตัวเองสัปดาห์ละอย่างการออกกำลัง เพื่อให้ตัวเองแข็งแรงและดูดี ไม่ได้ผลดีเท่ากับการออกกำลังอย่างมีเป้าหมาย เพราะการตั้งเป้าหมายจะทำให้คุณฝึกตัวเองเต็มที่ขึ้น ลองตั้งเป้าหมายในแต่ละสัปดาห์ เช่น การวิ่งขึ้นลงบันไดอย่างรวดเร็ว 10 รอบ แข่งเทนนิสหรืออกกำลังกายที่คุณไม่เคยลองมาก่อน เช่น เต้นระบำหน้าท้อง หรือชกมวย



3. ยกน้ำหนักพร้อมคาร์ดิโอ การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอสลับวันกับการยกน้ำหนักเป็นเรื่องดี แต่การออกกำลังแบบคาร์ดิโอสัก 20-30 นาที ด้วยความหนักที่หลากหลายกันหลังการยกน้ำหนัก จะช่วยเผาผลาญไขมันในระหว่างนั้นและหลังจากนั้นอีกหลายชั่วโมง ลองวอร์มอัพด้วยการออกกำลังแบบคาร์ดิโอสัก 7 นาที ตามด้วยการยกน้ำหนัก 40 นาที และออกกำลังแบบอินเทอร์วัลอีก20 นาที มันจะช่วยคุณเผาผลาญไขมันได้สูงสุดในเวลาน้อยที่สุด
ภาพประกอบจาก : wedding.in.th






4. สั้นและหนักหน่วง หมดสมัยของการออกกำลังหรือยกน้ำหนักนานๆ แล้ว ทุกวันนี้เป็นเรื่องการออกกำลังแบบสั้นๆ แต่มีประสิ



ทธิภาพ การศึกษาที่ตีพิมพ์ใน Journal of Sports Medicine and Physical Fitness ชี้ว่า การยกน้ำหนักแบบหนักๆ ในช่วงสั้นๆ ทำให้กล้ามเนื้อพัฒนาดีขึ้น 50 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับการยกน้ำหนักตามปกติ และทำให้มีกล้ามเนื้อที่ปราศจากไขมันมากกว่า